4 ประโยชน์รอบด้านของน้ำผึ้ง ที่คุณอาจไม่เคยรู้

น้ำผึ้ง เป็นหนึ่งในส่วนผสมสำคัญสำหรับเมนูอาหารหลาย ๆ อย่าง โดยน้ำผึ้งเป็นความหวานจากธรรมชาติที่เรียกได้ว่ามีประโยชน์ดี ๆ มากมาย ซึ่งหลายคนก็อาจจะยังไม่รู้ว่าน้ำผึ้งมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง บทความของเราในวันนี้จึงขอรวบรวม 4 ประโยชน์รอบด้านของน้ำผึ้ง ที่คุณอาจไม่เคยรู้ มาให้กับทุกคน ทั้งนี้จะมีประโยชน์ในด้านไหนบ้าง ถ้าคุณพร้อมแล้ว ตาม kehwahsilk มาดูกันได้เลย

น้ำผึ้งคืออะไร?

ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับน้ำผึ้งกันก่อน ซึ่ง น้ำผึ้ง (Honey) คือผลผลิตของน้ำหวานจากดอกไม้และจากแหล่งอื่น ๆ ที่ผึ้งงานนำมาเก็บสะสมไว้ โดยผ่านขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและทางเคมีแล้วสะสมไว้ในรังผึ้ง ซึ่งปกติแล้วน้ำผึ้งจะมีกลิ่น รส สี ที่ต่างกันออกไปตามชนิดของพืชนั้น ๆ จึงทำให้สามารถระบุชนิดของน้ำผึ้งตามชนิดของพืชนั้นได้ ๆ เช่น น้ำผึ้งจากดอกส้ม ดอกลำไย ดอกลิ้นจี่ ก็จะแตกต่างกันออกไป ซึ่งนิยมนำมาใช้เป็นสารให้ความหวานในอาหารหรือเครื่องดื่มนานาชนิด

โดยน้ำผึ้งมีจะส่วนผสมของน้ำตาลและสารประกอบอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นฟรักโทสกับกลูโคส และมีวิตามินและแร่ธาตุผสมอยู่ด้วย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 กรดโฟลิก วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุแมกนีเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก ธาตุทองแดง ธาตุสังกะสี เป็นต้น สำหรับสารประกอบอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปริมาณเพียงน้อยนิดนั้นจะเป็นสารที่ทำหน้าที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระเป็นหลัก และมีประโยชน์อีกมากมาย ดังนี้

4 ประโยชน์รอบด้านของน้ำผึ้ง ที่คุณอาจไม่เคยรู้

1. มีส่วนช่วยรักษาระดับอินซูลินในเลือด

มีส่วนช่วยรักษาระดับอินซูลินในเลือด

เริ่มที่ประโยชน์แรกของน้ำผึ้ง ซึ่งมีส่วนช่วยรักษาระดับอินซูลินในเลือด โดยน้ำผึ้งเป็นอาหารที่ให้พลังงานชั้นดี น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา (4 กรัม) ให้พลังงานประมาณ 22 กิโลแคลอรี พลังงานหลักมาจากคาร์โบไฮเดรต เพราะมีน้ำตาลฟรุคโตสเป็นส่วนประกอบหลัก ซึ่งน้ำตาลฟรุคโตสนี้ดูดซึมเข้าสู่ร่างกายและนำไปใช้เป็นพลังงานได้ช้ากว่าน้ำตาลกลูโคส ตามปกติแล้วหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ระดับน้ำตาลในเลือดของเราจะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงตามไปด้วย การรับประทานน้ำตาลฟรุคโตสจากน้ำผึ้งจะมีส่วนช่วยให้การหลั่งฮอร์โมนอินซูลินไม่สูงเหมือนการกินน้ำตาลทรายทั่วไป โดยปริมาณน้ำตาลที่เติมลงในอาหารและเครื่องดื่มในแต่ละวันที่เหมาะสม ในเด็กควรรับประทานน้ำตาลไม่เกินวันละ 4 ช้อนชา (16 กรัม) และผู้ใหญ่ควรรับประทานไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา (24 กรัม)

2. กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส

กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวกระจ่างใส

ประโยชน์ด้านต่อมาของน้ำผึ้ง คือช่วยกระตุ้นการผลัดเชลล์ผิว ทำให้ผิวดูกระจ่างใส ซึ่งน้ำผึ่งนี้ เป็นแหล่งของสารอาหารต่าง ๆ หลายชนิด เช่น แมกนีเซียม แคลเซียมและโพแทสเซียม โดยสารอาหารเหล่านี้ ล้วนมีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวและช่วยเร่งกระบวนการผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวเก่าให้หลุดออกได้อย่างอ่อนโยน แถมยังเป็นอาหารผิวชั้นเยี่ยมที่สามารถเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งเป็นอย่างมาก

3. ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

ชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย

น้ำผึ้งยังสามารถช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้อีกด้วย ซึ่งคนเราเมื่อมีอายุมากขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินก็จะเริ่มลดน้อยลง แน่นอนว่าริ้วรอยย่อมต้องมาเยือนเป็นธรรมดา และสาว ๆ ก็มักจะมองหาเครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติทั้งช่วยชะลอและลดเลือนริ้วรอยมาใช้ ซึ่งน้ำผึ้งเองก็มีคุณสมบัติช่วยชะลอและลดเลือนริ้วรอยได้ เพราะคุณสมบัติที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ในตัวจึงช่วยต่อต้านการเกิดริ้วรอยอย่างได้ผลนั่นเอง

4. รักษาแผลให้หายเร็วขึ้น

รักษาแผลให้หายเร็วขึ้น

น้ำผึ้งยังมีคุณสมบัติที่สามารถต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและจุลินทรีย์ได้ จึงสามารถนำน้ำผึ้งมารักษาอาการอักเสบและรักษาบาดแผลให้หายได้เร็วขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อน้ำผึ้งรวมตัวเข้ากับของเหลวมันจะเปลี่ยนคุณสมบัติให้กลายมาเป็น ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์แบบอ่อน ๆ โดยจะยิ่งช่วยรักษาบาดแผลให้หายได้เร็วขึ้นได้ด้วย

เป็นอย่างไรกันบ้างได้รู้ถึง 4 ประโยชน์ดี ๆ จากน้ำผึ้ง ที่ทาง kehwahsilk ได้นำมาเสนอกันไปแล้ว ซึ่งน้ำผึ้งนี้ยังคงมีประโยชน์ดี ๆ อีกมากมาย และที่สำคัญน้ำผึ้งยังนิยมนำมาเป็นส่วนผสมต่าง ๆ ในอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย เห็นแบบนี้แล้วต้องรีบไปหามารับประทานกันเลย